วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การจัดเตรียมอุปกรณ์ ก่อนเลี้ยงปลาทอง

เมื่อครั้งที่แล้วผมได้เขียนบทความเรื่อง การเตรียมน้ำสำหรับเลี้ยงปลาทอง และวิธีการลงปลาทองที่ซื้อมาเลี้ยงใหม่ เหมือนว่าจะยังขาดอะไรไปบางอย่าง แล้วก็มีเพื่อนๆ ที่ติดตามเพจ ปลาสวยงาม บ้านโป่ง ราชบุรี ถามและแนะนำเข้ามาจริงๆ นั่นคือจากจัดตู้ปลาเพื่อเลี้ยงปลาทองควรที่จะจัดอย่างไร ครั้งนี้ผมก็เลยขอเขียนเรื่อง เบื้องต้นการจัดตู้ปลาสำหรับเลี้ยงปลาทอง หรือจะเลี้ยงปลาสวยงามอื่นๆ ก็ได้ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามอ่านกันครับ

เริ่มต้นจากการจัดเตรียมตู้ปลาทอง
สำหรับตู้ปลาที่มีขายอยู่ทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์ปลาสวยงาม จะมีให้เลือกหลายแบบหลายขนาด ทั้งราคาถูกและราคาแพง ทั้งแบบที่เป็นกระจกและแบบอะคริลิค ตู้กระจกจะมีข้อดีตรงที่ไม่เป็นรอยขีดข่วนง่ายเวลาทำความสะอาด แต่มีข้อเสียตรงที่มีน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายลำบาก และมีรอยต่อตรงมุมตู้ ส่วนตู้อะคริลิคจะมีข้อดีตรงที่มีความใสมากกว่าแผ่นกระจก ไม่มีรอยต่อตรงมุมตู้น้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่น แต่มีข้อเสียที่ราคาแพง เกิดรอยขีดข่วนง่าย และถ้าเป็นอะคริลิกคุณภาพต่ำเมื่อใช้ไปนานๆ  จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองชา เราต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับจำนวนปลาทองที่เราจะเลี้ยงด้วย
อุปกรณ์อีกอย่างที่เราควรจะหาเตรียมมาพร้อมกันด้วยก็คือ ฝาครอบตู้ปลาและหลอดไฟที่ให้แสงสว่าง หลอดไฟที่ให้แสงสว่างในตู้ปลาที่นิยมกันมากจะเป็นหลอดแบบฟลูออเรสเซนท์ ซึ่งจะมีหลายขนาด ทั้งความยาวของหลอดและกำลังไฟ นอกจากนั้นก็ยังมีหลอดแบบเมตัล เฮไลด์ หลอดฮาโลเจน ( Halogen Lamp) หลอดเมอร์คิวรี่ แวเปอร์ ( Mercury vapour ) ซึ่งหลอดไฟทั้งหมดที่กล่าวมา จะทำหน้าที่หลักในการช่วยต้นไม้น้ำในการสังเคราะห์แสง และทำให้อุณหภูมิของน้ำในตู้ปลาไม่เย็นมากเกินไปด้วย
ต่อไปก็จะต้องหาระบบกรอง สำหรับระบบกรองของตู้ปลาสวยงามก็มีหลายแบบอีกเช่นกัน เลือกให้เหมาะสมกับตู้ที่เราซื้อมา โดยจะแบ่งออกเป็นสองชนิดหลักๆ คือแบบกรองในตู้ และแบบกรองนอกตู้ โดยระบบกรองที่จะใช้ควรมีความเหมาะสมกับขนาดของตู้ปลาด้วย นั่นคือต้องไม่ใหญ่และเล็กเกินไป
เมื่อเราได้อุปกรณ์ทั้งหมดมาแล้ว ก็เริ่มต้นจากตู้ปลาจะต้องล้างทำความสะอาดแล้วใส่น้ำแช่ทิ้งไว้ 2-3 วัน ระหว่างที่แช่น้ำไว้ควรตรวจสอบดูว่ามีการรั่วซึมที่ใดบ้างหรือเปล่า ถ้ามีก็จัดการเปลี่ยนกับทางร้านที่ซื้อมา หรือว่าทำการซ่อมแซมให้เรียบร้อยเสียก่อน หลังจากนั้นถ่ายน้ำที่แช่ไว้ออกให้หมด เช็ดให้แห้งแล้วนำไปวางเข้าที่ที่เตรียมเอาไว้ การเคลื่อนย้ายตู้ปลาควรใช้มือช้อนเข้าไปก้นตู้แล้วยก อย่าจับขอบด้านบนแล้วยกเป็นอันขาด เพราะจะทำให้แผ่นกระจกด้านข้าง โย้ไปมาจนกาวยึดรอยต่อเกิดการรั่วซึม หรือฉีกขาดขึ้นมาได้
ของตกแต่งภายในตู้ปลา
วัสดุตกแต่งอื่นๆ เพื่อให้ตู้ปลาทองของเราดูสวยงาม และเป็นธรรมชาติที่สุด โดยวัสดุเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ประกอบด้วย ต้นไม้น้ำ ขอนไม้ หิน กรวด ทราย และอื่นๆ ที่เราเห็นว่าเหมาะสมและสวยงามสำหรับตู้ปลาทองของเรา
อุปกรณ์สำหรับตกแต่งตู้เลี้ยงปลาทอง เราต้องเลือกวัสดุที่ไม่มีเหลี่ยมคมไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน หรือขอนไม้ และที่ไม่ควรใช้อย่างยิ่งคือ ปะการัง ซึ่งมีแง่แหลมคมมากมายเป็นอันตรายอย่างมากต่อปลาทอง อุปกรณ์ตกแต่งทุกชิ้นจะต้องผ่านการล้างทำความสะอาดเสียก่อนจึงค่อยนำไปใช้
วิธีกำจัดสารคลอรีนในน้ำประปา
การกำจัดสารคลอรีนในน้ำประปาสามารถทำได้หลายวิธี เช่น เอาน้ำประปาไปพักไว้ในภาชนะสำหรับกักเก็บน้ำ เช่น ตุ่ม ถัง หรือแม้แต่ตู้ที่จะเลี้ยง ปลาเป็นเวลาประมาณ 1-2 วัน เพื่อให้คลอรีนระเหยไปจนหมด ระหว่างการพักน้ำหากเป่าอากาศลงไปด้วยก็จะช่วงเร่งคลอรีนให้ระเหยเร็วยิ่งขึ้น
วิธีกำจัดคลอรีนออกจากน้ำประปาที่สะดวกที่สุดก็คือ เปิดน้ำประปาผ่านเข้าไปในเครื่องกรองน้ำ แล้วเอาน้ำที่ออกมาไปใช้เลี้ยงปลาได้เลย เนื่องจากเครื่องกรองน้ำมีผงถ่านคาร์บอน (Activated carbon) ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับคลอรีน สี และ กลิ่นต่างๆ ที่ละลายอยู่ในน้ำ ทำให้น้ำที่ออกมาใสสะอาดปราศจากสีและกลิ่น
การกำจัดคลอรีนออกจากน้ำประปาอีกวิธีหนึ่งคือ การใช้สารกำจัดคลอรีน สารที่มีว่านี้มีชื่อทางเคมีว่า "โซเดียมไธโอซัลเฟต" (soudiumthio-sulfate) มีขายอยู่ทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์ปลาสวยงาม การใช้สารกำจัดคลอรีนต้องทำตามคำแนะนำในฉลากข้างภาชนะบรรจุโดยเคร่งครัด ถ้าใช้มากเกินไปตัวสารกำจัดคลอรีนเองจะกลับมาเป็นอันตรายต่อปลาทองที่ปล่อยลงไปเลี้ยงได้
หลักเบื้องต้นในการจัดตู้เลี้ยงปลาทอง
จัดหาที่วางตู้ปลาทองให้เรียบร้อย โดยพื้นที่จะวางควรมีพื้นที่ราบเรียบเมื่อวางตู้ปลาแล้วไม่โยกคลอน ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้ตู้ปลาแตกร้าวเสียหายได้ มุมที่จัดวางก็ควรจะมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ร้อนจนเกินไป และควรอยู่ในมุมที่สงบไม่มีใครไปรบกวน แต่ก็ควรอยู่ในมุมที่เรามองเห็นปลาทองได้อย่างชัดเจน สำหรับภาพวิวด้านหลัง หากคุณต้องการติดก็ควรติดให้เรียบร้อยตั้งแต่ขั้นตอนนี้ แต่หากตู้ปลาไม่ได้วางติดหรือชิดผนังก็อาจจะติดภายหลังก็ได้
ในกรณีที่คุณใช้แผ่นกรองใต้พื้นทราย จะต้องทำความสะอาดแผ่นกรองเสียก่อน เนื่องจากแผ่นกรองทำด้วยพลาสติกที่ใช้สารเคมีในขบวนการผลิต ถ้าไม่ล้างออกให้หมดอาจเป็นอันตรายต่อปลาทอง
จากนั้นนำแผ่นกรองประกอบเข้ากับท่อระบายอากาศ ต่อสายยางจากปั้มลมเข้ากับท่อลมข้างท่อระบายอากาศ แล้วเอาแผ่นกรองวางแนบกับพื้นตู้ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเททรายกรวดหินลงไปตามลำดับ สำหรับการใช้กรองใต้พื้นทราย อย่าใช้ทรายที่มีความละเอียดมากจนเกินไป เพราะทรายจะอัดตัวแน่นซึ่งจะทำให้รากของต้นไม้น้ำชอนไชได้ยาก
วัสดุที่ใช้ปูพื้นตู้ปลาทองโดยมาก นิยมใช้ทรายหยาบหรือกรวดขนาดเล็ก ไม่ควรใช้ทรายละเอียด เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของระบบการกรองลดลง เพราะตกตะกอนและเศษของเสียยังตกค้างอยู่บนพื้นผิวทราย เป็นสาเหตุให้น้ำขุ่น สำหรับปลาทองซึ่งเป็นปลาที่ชอบคุ้ยหาอาหารที่พื้น จึงควรใช้กรวดขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย หรือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 มิลลิเมตร และควรเลือกกรวดที่ไม่มีเหลี่ยมแหลมคมและปราศจากเศษเปลือกหอย ป้องกันปลาทองบาดเจ็บเมื่อว่ายไปชน
ก่อนนำกรวดมาใช้ปูพื้นตู้ปลา จะต้องล้างให้สะอาดจนหมดเศษดินแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 2-3 วันเพื่อกำจัดความเค็มที่อาจติดมากับกรวด ถ้าจะให้ดีก็ควรเอากรวดมาลวกน้ำร้อนในถังแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้น้ำร้อนแทรกซึมเม็ดกรวดได้ทั่วถึง แล้วจึงนำมาล้างน้ำเย็นให้สะอาดก่อนนำไปใช้
นำกรวดที่ล้างสะอาดแล้วไปเทใส่ตู้ กลบทับแผ่นกรองให้มิดและหนาอย่างน้อย 3 นิ้ว ที่นิยมกันมากจะปูพื้นให้ระดับกรวดด้านหลังตู้สูงกว่าด้านหน้า พื้นกรวดที่มีลักษณะเอียงลาดแบบนี้เมื่อเลี้ยงปลาทองนานไป กรวดที่อยู่ระดับสูงจะเลื่อนไหลลงมาอยู่ที่ระดับเดียวกันเป็นพื้นราบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาควรหาอะไรมากั้นดักเอาไว้เป็นช่วงๆ และควรให้พื้นทรายด้านหลังตู้อยู่สูงกว่าด้านหน้าเสมอ เพื่อจะได้สะดวกในการดูดตะกอนทำความสะอาดตู้ปลาทอง
จัดการปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ภายในตู้ปลาทอง ตามแบบที่คุณต้องการ แนะนำว่าการปลูกต้นไม้ควรจะปลูกด้านหลัง หรือด้านข้างของตู้ปลา และควรเปิดพื้นที่ด้านหน้าและกลางตู้เอาไว้ เพื่อให้ปลาทองได้ว่ายน้ำอย่างสะดวก การจัดวางต้นไม้น้ำจะเน้นให้ต้นไม้ที่สูงกว่าอยู่ด้านหลัง เพื่อไม่ให้มาบังการมองเห็นปลาทอง และอีกประการคือจะช่วยปิดสายท่อของเครื่องกรองต่างๆ เมื่อจัดการปลูกต้นไม้เรียบร้อย ก็ให้นำวัสดุตกแต่งที่คุณต้องการใส่มาจัดวางให้เรียบร้อย
การเติมน้ำลงไปในตู้ปลา
ก่อนจะเติมน้ำลงไปในตู้ปลา ข้อควรระวังคืออย่าเทน้ำลงไปในตู้ปลาตรงๆ ควรหาภาชนะรองรับเช่น ผ้าพลาสติกอ่อนคลุ่มพื้นตู้หรือเอาจานชามแบนๆ ไปวางไว้ก้นตู้ เพื่อลดความแรงของน้ำกันไม่ให้กรวดกระจาย ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้มือของเรารองรับน้ำเอาไว้ผยุงให้ความแรงน้อยลง การเติมน้ำเข้าตู้ปลาในครั้งแรกเราจะเติมเพียงครึ่งตู้ เพื่อความสะดวกในการจัดตบแต่งตู้ปลา การเติมน้ำในครั้งแรกจะเห็นว่ามีตะกอนหรือคราบสกปรกจากทรายหรือหิน ควรถ่ายทิ้งแล้วเติมน้ำใหม่ลงไป ถ้าต้องการจะตกแต่งด้วยพรรณไม้น้ำก็ให้ทำในขั้นตอนนี้ แต่ควรทราบไว้อย่างหนึ่งว่า ปลาทองส่วนใหญ่ชอบกัดทำลายพืชน้ำเพราะเป็นสัตว์กินพืช หากต้องการให้ภูมิทัศน์ในตู้ปลาทองมีสีสันของพรรณไม้น้ำขอแนะนำว่าควรใช้ต้นไม้น้ำประดิษฐ์แทน หลังจากตกแต่งด้วยพรรณไม้น้ำแล้วหากน้ำยังขุ่นอยู่มากก็ถ่ายออกแล้วเติมน้ำใหม่ลงไป
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ก็ให้คุณต่อสายยางเข้ากับปั๊มลม เปิดเครื่องปั๊มลมเพื่อเติมออกซิเจนให้กับน้ำ และให้ระบบการกรองเริ่มทำงานทันที โดยปั๊มลมอาจจะวางไว้ด้านนอกตู้หรือวางไว้ในฝาครอบไฟชนิดที่มีแผงกั้นน้ำ ที่สำคัญปั๊มลมจะต้องวางให้สูงกว่าระดับน้ำในตู้ เพื่อกันน้ำไหลย้อนเข้าเครื่องในกรณีไฟดับ แต่หากคุณใช้เครื่องครองแบบนอกตู้ปลา เครื่องจะต้องอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำในตู้ แต่ก็อย่าวางต่ำมากจนเกินกำลังของเครื่องที่จะดันน้ำกลับเข้าตู้ปลา เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็เปิดเครื่องได้เลย

การเตรียมตู้ปลาเบื้องต้นนี้เราควรเตรียมให้เรียบร้อย ก่อนที่จะมาการนำปลาทองลงมาปล่อย โดยเตรียมตู้ปลาและเปิดระบบกรองน้ำให้ทำงานจนน้ำในตู้สะอาดเต็มที่

ขอบคุณภาพประกอบจาก Internet

ข้อมูลจาก www.banpongfishfarm.com

การเตรียมน้ำสำหรับเลี้ยงปลาทอง และวิธีการลงปลาทองที่ซื้อมาเลี้ยงใหม่

การเตรียมน้ำสำหรับเลี้ยงปลาทอง และวิธีการลงปลาทองที่ซื้อมาเลี้ยงใหม่
เพื่อนๆ ที่เลี้ยงปลาทองหลายๆ คน จะมีคำถามเข้ามาถามที่เพจ ปลาสวยงาม บ้านโป่ง ราชบุรี อยู่บ่อยๆ ว่าทำไมปลาทองที่ไปซื้อมาเลี้ยง อยู่ได้ไม่นานก็มีอาการเจ็บป่วยแล้วก็ตายไป ไม่เห็นเหมือนกับตอนที่ปลาทองอยู่ที่ร้านขายปลา หรือฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาทองเลย สาเหตุนั้นมีด้วยกันหลายประการ แต่วันนี้พวกเราขอนำเสนอบทความเรื่อง การเตรียมน้ำเพื่อเลี้ยงปลาทองที่ซื้อมาใหม่ ให้เพื่อนๆ ได้เรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ
 1.การเตรียมน้ำในภาชนะที่ใช้เลี้ยง (ตู้ปลา,อ่าง,บ่อเลี้ยง) ก่อนที่จะเริ่มเลี้ยงปลาทอง
 เริ่มต้นจากน้ำที่เราจะเอามาเลี้ยง ถ้าเป็นน้ำประปาเพื่อนๆ จะต้องเอามาพักน้ำไว้ก่อนประมาณ 2-3 วัน เพื่อให้คลอรีนสลาย หรือต้องผ่านการกรองคลอรีนเพื่อสลายคลอรีนมาแล้ว ถ้าจำเป็นจะต้องใช้น้ำตามธรรมชาติเช่น น้ำบาดาล น้ำจากแม่น้ำ คลอง บึง หรือบ่อน้ำ ควรผ่านการกรองสิ่งสกปรกออกให้หมดก่อนนำน้ำมาใช้ แต่ไม่แนะนำถ้าไม่จำเป็นจริงๆเพราะเสี่ยงต่อจุลินทรีย์ที่ปะปนมากับน้ำ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อปลาทองได้
 2.การปรับอุณหภูมิน้ำและค่า PH ของน้ำในถุงปลาที่ซื้อมาจากร้าน กับน้ำที่เตรียมไว้ในภาชนะ (ตู้ปลา,อ่าง,บ่อเลี้ยง) ที่บ้าน
 เริ่มจากเอาถุงปลาทองที่ซื้อมาใหม่ มาล้างถุงและก้นถุงให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าก่อน จากนั้นให้แช่ถุงปลาลงไปในอ่างหรือตู้ที่เตรียมไว้เลี้ยงปลาทั้งถุง ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที (ถ้าเป็นหน้าหนาว ให้นานกว่านี้หน่อย เพื่อให้อุณหภูมิของน้ำในถุงปลากับอุณหภูมิของน้ำในอ่างหรือตู้เท่ากัน) เมื่อปลาทองปรับสภาพได้แล้ว ให้เปิดปากถุงกว้างๆ และลอยถุงปลาทองต่อไปอีกประมาณ 5-10 นาที พร้อมกับใส่หัวอ๊อกฯ ในถุงปลาทองด้วย ถ้าเป็นการซื้อปลาใหม่จากร้านใกล้ๆ ไม่ใช้เวลาในการเดินทางนานมาก ให้ตักน้ำในอ่างหรือตู้ที่ลอยถุงปลาทองอยู่ ใส่ลงไปในถุงปลาทองทีละน้อยให้ปลาได้ปรับสภาพกับน้ำใหม่ที่เตรียมไว้ จากนั้นค่อยๆ เอียงถุงปลาปล่อยปลาลงน้ำ ที่เตรียมไว้ แต่ถ้าซื้อปลาใหม่มาจากที่ไกลใช้เวลาในการเดินทางนานมาก ให้ใช้มือจับเฉพาะตัวปลาลงไปในอ่าง (ในกรณีที่ซื้อปลามาจากที่ไกลๆ ที่ไม่เทน้ำในถุงลงไปในอ่างด้วย เพราะน้ำในถุงมีเมือกปลาที่ขับเมือกในขณะเดินทาง หรืออาจมียารักษาที่ทางร้านหรือฟาร์มใส่มาในถุง การจับปลาในถุงลงในตู้หรืออ่างปลา ควรล้างมือให้สะอาดก่อน และแช่มือลงน้ำในตู้หรืออ่างปลาซักครู่ พอให้มือมีอุณหภูมิใกล้เคียงกัน ก่อนจะจับปลาในถุงลงมาในอ่างนะครับ) จากนั้นแล้ว ก็ใส่เกลือลงไปสักหน่อย ให้ปลาสดชื่น และช่วยลดความเครียดให้ปลา โดยใส่เกลือ 0.3 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร (ถ้าหน้าหนาวอาจจะปรับเปลี่ยนวิธีได้นะครับ)
ที่สำคัญที่สุดควรจะงดให้อาหารปลาทองใหม่ประมาณ 1-2 วัน ห้ามให้อาหารเด็ดขาด เพราะว่าการอดอาหารก็เพื่อให้ปลาทองได้พักผ่อน จากการเดินทางไกล จากการปรับตัวกับสภาพน้ำและสถานที่ใหม่ ให้ปลาแข็งแรงก่อนค่อยให้อาหาร และ การซื้อปลาทองมาใหม่ ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรนำปลาทองที่ซื้อมาใหม่ไปเลี้ยงรวมกับปลาทองเก่าในทันที ควรเลี้ยงกักไว้ในบ่อพักหรืออ่างใหม่ เพื่อป้องกันการตายและเป็นการป้องกันการติดเชื้อโรคจากปลาใหม่ ให้สังเกตดูปลาทองที่ซื้อมาใหม่ที่กักไว้ด้วยว่ามีอาการผิดปกติ มีอาการปลาซึมๆ มีรอยแดง มีสิ่งแปลกปลอมเกาะติดมากับตัวปลาด้วยหรือป่าว หรือเป็นโรคอะไรไหม ถ้ามีให้รักษาตามอาการให้หายและให้ปลาแข็งแรงก่อน ถึงจะให้อาหาร และนำปลาทองใหม่ไปรวมกับปลาทองเก่าได้

ข้อมูลจาก www.banpongfishfarm.com